

ปัจจุบัน การ เรียนต่อประเทศจีน ไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวอีกแล้ว เพราะจีนคือประเทศที่โตเร็วที่สุดด้านธุรกิจ เทคโนโลยี และวัฒนธรรมคนรุ่นใหม่ หลายคนเริ่มจากแค่ไป เรียนภาษาที่จีน ก่อน 6 เดือน – 1 ปี เพื่อสร้างพื้นฐาน แล้วค่อยขยับไป เรียนต่อจีน ระดับปริญญาตรีหรือปริญญาโท เพราะการ เรียนภาษาที่จีน จะทำให้เราเข้าใจคนจีนจริง ๆ คุยได้จริง ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน
นักเรียนส่วนใหญ่ที่ตัดสินใจ เรียนต่อประเทศจีน จะเริ่มจาก zero และใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือน ก็สามารถสื่อสารได้แบบธรรมชาติ เพราะการอยู่จริง ใช้จริง คือวิธีพัฒนาภาษาที่เร็วที่สุด นี่คือเหตุผลว่าทำไมคนที่เลือก เรียนต่อจีน ตั้งแต่ตอนนี้ มักจะมี advantage ด้านภาษาและ connection มากกว่าคนที่รอ
ยุคนี้ ธุรกิจไทยกำลังขยับเข้าใกล้จีนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสินค้า แฟชั่น การตลาด cross-border หรือ E-commerce ระหว่างประเทศ ดังนั้น การ เรียนภาษาที่จีน เพื่อปูพื้นฐาน แล้วต่อยอดไป เรียนต่อประเทศจีน ไม่ใช่แค่เรื่องการเรียน แต่นี่คือการเลือก “ฐานอนาคต” ที่แข็งแรงที่สุดสำหรับตัวเราเองในอีก 5-10 ปีข้างหน้า คนที่ “ได้ภาษาจีนก่อน” และกล้าตัดสินใจ เรียนต่อจีน ก่อน คือคนที่จะเปิดประตูโอกาสก่อนคนอื่นเสมอ.
หากคุณกำลังวางแผนจะ เรียนภาษาที่จีน แต่ยังลังเลว่าควรเลือกหลักสูตรระยะสั้นหรือระยะยาวดี บทความนี้จะช่วยเปรียบเทียบข้อดี–ข้อเสียของแต่ละแบบ เพื่อให้คุณเลือกคอร์สที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์และเป้าหมายของตัวเองมากที่สุด
(2 สัปดาห์ – 3 เดือน)
การ เรียนภาษาที่จีน แบบระยะสั้น เหมาะสำหรับคนที่ต้องการลองใช้ชีวิตในจีนแบบกระชับ ได้สัมผัสวัฒนธรรม และฝึกภาษาจีนพื้นฐานแบบเร่งรัด เหมาะกับช่วงปิดเทอม หยุดงาน หรือใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
ข้อดี:
ข้อจำกัด:
(1 เทอม – 1 ปี)
ถ้าคุณจริงจังกับการเรียน หรือมีเป้าหมายต่อยอด เช่น สอบ HSK เรียนต่อ หรือทำงานในจีน การ เรียนภาษาที่จีน แบบระยะยาวจะตอบโจทย์มากกว่า เพราะจะได้ฝึกภาษาจริงจัง และใช้ชีวิตในจีนจนคุ้นชิน
ข้อดี:
ข้อจำกัด:
การ เรียนภาษาที่จีน ไม่ใช่แค่เรื่องของภาษา แต่คือการเปิดประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่มีวันลืม ไม่ว่าคุณจะเลือกแบบระยะสั้นหรือระยะยาว ถ้าได้มาเรียนที่จีนจริงๆ แล้ว คุณจะเข้าใจว่าทำไมหลายคนถึงหลงรักที่นี่
หากยังลังเล ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร NextGate พร้อมช่วยคุณวางแผนและดูแลทุกขั้นตอนของการ เรียนภาษาที่จีน ให้เป็นเรื่องง่ายและปลอดภัย 😊